เครื่องเล่น HD Player

 
ประเภทสินค้า
ประเภทสินค้า : HDMI & CABLE » REFERENCE WIRE 1.0‚ 2.0‚ 3.0 M
REFERENCE   WIRE 1.0‚  2.0‚  3.0 M
HDMI 1.4 LCD THAILAND
REFERENCE WIRE 1.0‚ 2.0‚ 3.0 M

ขนาดความยาว 1 เมตร ราคาปกติ 1,390 บาท ราคาพิเศษ 1,190 บาท

ขนาดความยาว 2 เมตร ราคาปกติ 1,490 บาท ราคาพิเศษ 1,290 บาท
ขนาดความยาว 3 เมตร ราคาปกคิ 1,690 บาท ราคาพิเศษ 1,490 บาท

รับประกันตลอดอายุการใช้งาน

 
 
REFERENCE   WIRE 1.0‚  2.0‚  3.0 M
REFERENCE   WIRE 1.0‚  2.0‚  3.0 M

เว็บไซต์ LCDTVTHAILAND.COM และ HDPLAYERTHAILAND.COM ได้ทำการพัฒนาและผลิตสายสัญญาณ HDMI V1.4 (ล่าสุด)

ผ่านการทดสอบกับ TV ทั้งแบบ 3 มิติและ 2 มิติ จากทุกยี่ห้อ LG, Samsung, Panasonic, Sony, Philips, Sharp,Toshiba, ProVision, JVC

รวมทั้งเครื่องเล่น Blu-ray Player ชั้นนำจากทั้ง Oppo, LG, Samsung, Sony, PS3, Panasonic, Philips

คุณภาพระดับอ้างอิง ในระดับราคาที่ "คนไทย" เอื้อมถึง

ขนาดความยาว 1 เมตร ราคาปกติ 1,390 บาท ราคาพิเศษ 1,190 บาท

 ขนาดความยาว 2 เมตร ราคาปกติ 1,490 บาท ราคาพิเศษ 1,290 บาท
ขนาดความยาว 3 เมตร ราคาปกคิ 1,690 บาท ราคาพิเศษ 1,490 บาท

 


มี 3 ขนาดคือ 1 เมตร ราคา 1,190 บาท / 2 เมตร ราคา 1,290 บาท / 3 เมตร 1,490 บาท


Package ของสาย ซีลกันอากาศมาอย่างดี


Connector เป็น Zinc Alloy มาพร้อม Neck Guard หุ้มด้านล่างป้องกัยสายหักเวลาบิดงอเพื่อใช้งาน


Contact ชุบทอง 24k แท้ๆ (ไม่ใช่ทองเหลืองแบบสายแถมทั่วไป เปรีียบเทียบสีได้)


ผ่านการทดสอบจากทีมงาน LCDTVHAILAND.COM และ HDPLAYERTHAILAND.COM


โครงสร้างข้างใน Oxygen Free Copper ทองแดงตัวนำผ่านการรีดออกซิเจนเพื่อความสมบูรณ์ในการนำสัญญาณ


มีวางจำหน่ายแล้ว สามารถไปดูสินค้าจริงที่หน้าร้านได้




คุณสมบัติของสาย LCDTVTHAILAND HDMI V1.4 Reference Series
- "High Speed HDMI with Ethernet" ได้รับการรับรองจาก HDMI® LICENSING
- รองรับภาพ 3 มิติทุกรูปแบบ ทั้งแบบ Active 3D และแบบ Cinema (3D Passive) ในทุกๆฟอร์แมท
- รองรับความละเอียดภาพได้สูงสุดถึง 4096 x 2160p รองรับอนาคต และความละเอียดสูงสุดในปัจจุบัน 1920 x 1080p
- รองรับ Range ของสีที่มากกว่า sYCC601, Adobe RGB, Adobe Ycc601
- รองรับ Ethernet และ Audio Return Channel
- รองรับระะบบเสียง DTS-HD Master Audio และ Dolby TrueHD

วัสดุที่ใช้ LCDTVTHAILAND HDMI V1.4 Reference Series
- Connector หัวขั้วต่อเป็นวัสดุ Zinc Alloy
- Contact ชุบทอง 24K แบบพรีเมี่ยม (ไม่ใช่หัวทองเหลืองแบบสายแถมทั่วไป)
- Cable สายถัก Nylon Jacket
- Neck Guard หุ้มระหว่างตัวสายกับขั้นต่อกันสายหักเวลาบิดงอ
- OFC (Oxygen Free Copper) ตัวนำข้างในผ่านการรีด Oxygen เพื่อให้การนำสัญญาณสมบูรณ์ที่สุด


 
คำถามที่มักพบเกี่ยวกับการใช้งานสาย HDMI

1. สาย LCDTVHAILAND HDMI V1.4 สามารถนำไปใช้กับเครื่องเล่นหรือทีวีรุ่นเก่าได้หรือไม่ ?
 - สามารถนำไปใช้ได้ครับ หากทีวีของท่านเป็น HDMI เวอร์ชั่นเก่า เช่น V1.2 V1.3 สายตัว V1.4 ก็สามารถใช้งานได้

2. ใช้กับเครื่องเล่น HD Player หรือ PS3 ได้หรือไม่ ?
- ใช้ได้ครับ ทดสอบ HD Player มาทุกยี่ห้อที่ขายในประเทศไทยแล้ว ส่วน PS3 ใช้ได้ทั้งแบบ 2D และ 3D เลยครับ

3. มีการรับประกันหรือไม่ ?
- รับประกัน 1 ปี หากมีปัญหาเปลี่ยนกับร้านที่ท่านซื้อได้เลย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีปัญหา เพราะทางเราทำการทดสอบ + QC มาอย่างดี จึงมั่นใจในคุณภาพได้

รีวิว...จาก LCD THAILAND

 

High Speed with Ethernet HDMI Cable
LCDTVTHAILAND Reference HDMI
เส้นสายกลในนี้... เพื่อปวงประชา ?

LCDTVTHAILAND Reference Series
          หลังจากที่ได้ทราบข่าวการมาของสาย HDMI จากทาง LCDTVTHAILAND.com ผมจึงได้สอบถามข้อมูลกับทางทีมงานว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ก็ได้ความว่า... จุดเริ่มต้นของสาย HDMI เส้นนี้มาจากการที่ทีมงาน  LCDTVTHAILAND จำเป็นต้องหาสาย HDMI มาใช้เองสำหรับการทดสอบทีวี แน่นอนว่าคุณภาพจะต้องได้มาตรฐานจึงจะสามารถนำมาใช้อ้างอิงผลลัพธ์ในการ ทดสอบทีวีได้ ทั้งนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สาย HDMI เส้นนี้ถูกนำมาใช้ในการทดสอบของทางเว็บโดยตลอด มันจึงกลายเป็นที่มาของชื่อ LCDTVTHAILAND Reference HDMI ซึ่งก็ดังแบบเงียบ ๆ อยู่ในเว็บมาพักหนึ่ง จากผู้ที่ติดตามรีวิวจากทางเว็บแล้วอยากจะหาสาย HDMI ไปใช้บ้าง ทางทีมงาน ฯ จึงสั่งทำพิเศษเพื่อแจกจ่ายสนองความต้องการสาย HDMI ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกก็ดูดี ในราคาสมเหตุสมผล...


          บัดนี้เมื่อมันมาอยู่ตรงหน้าผม ก็ต้องพิสูจน์กันหน่อยละว่ามาตรฐานการผลิตจะสามารถใช้ “อ้างอิง” ได้ อย่างที่ว่าหรือไม่ ? ถึงแม้นี่จะเป็นการรีวิวเกี่ยวกับเส้นสาย แต่งานนี้ไม่มี “เล่นเส้น” แน่นอน...! แต่ก่อนจะไปว่ากันถึงเรื่องของประสิทธิภาพจากการทดสอบใช้งานสาย HDMI เส้นนี้ ผมคงต้องขอเกริ่นถึงรูปแบบการเชื่อมต่อสำหรับมาตรฐานไฮเด็ฟรูปแบบนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจกันก่อนสักเล็กน้อย เพราะเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอันเกี่ยวเนื่องถึงศักยภาพการใช้งานสาย HDMI (ซึ่งรวมไปถึงระบบฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง) อันจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านอย่างแท้จริง




HDMI Connectors ลักษณะต่าง ๆ ทั้งนี้ Type A เป็นรูปแบบที่พบเห็นคุ้นเคยมากที่สุด (เนื่องจากเป็นมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์โฮมเธียเตอร์) ส่วน Type C, D (ซึ่งดูเผิน ๆ อาจสับสนกับ Micro USB ได้) เป็นรูปแบบขนาดเล็กสำหรับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก
 
 

          HDMI หรือ High-Definition Multimedia Interface คือ มาตรฐานการเชื่อมต่อสัญญาณระบบภาพ และเสียง ในระบบดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญมากในระบบโฮมเธียเตอร์ยุคนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นยุคของ High-Definition (HD) Content ทั้งนี้ HDMI เป็นผลของการพัฒนาเปลี่ยนแปลง หรือจะเรียกว่าปฏิวัติมาตรฐานระบบความบันเทิงในบ้านให้สูงขึ้นจากมาตรฐาน Standard Definition (SD) ยุคก่อน ที่มีความละเอียดต่ำ (ตอนนี้ที่อื่นเขาทยอยปรับเปลี่ยนเลิกใช้กันแล้ว แต่บ้านเราก็ยังคงใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะไม่มีทางเลือก ฮา) ซึ่งผลลัพธ์จากมาตรฐาน HD ในวันนี้ เชื่อว่าผู้ใช้ทุกท่านคงสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้วถึงคุณภาพของภาพที่คมชัด ขึ้น อันเป็นผลมาจากรายละเอียดภาพ (Resolution) ที่สูงขึ้นกว่าเดิมถึงกว่า 6 เท่าตัว (เปรียบเทียบจำนวนพิกเซลตามมาตรฐาน HD 1080p กับ SD 480p)

ภาพจำลองเปรียบเทียบรายละเอียดของภาพ ระหว่างมาตรฐาน HD และ SD อย่างไรก็ดีในสภาพความเป็นจริงจะพบว่านอกเหนือจากประเด็นเรื่องของราย ละเอียด (Resolution) ของภาพแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องของน้อยส์ หรือ artifacts ที่ลดทอนคุณภาพของภาพ อันเกิดจากกระบวนการบีบอัดสัญญาณจากมาตรฐาน SD ทั้งนี้มาตรฐานแบนด์วิธที่สูงขึ้นของระบบ HD มีส่วนช่วยลดทอนปัญหาในจุดนี้ลงด้วย 


          ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ผู้ผลิตนำเสนอมาตรฐาน HD สู่ตลาดนั้น ออกจะเน้นในเรื่อง "ภาพที่คมชัด" รายละเอียดสูงขึ้นเป็นหลัก แต่ประเด็นนี้เพียงอย่างเดียวก็ดูจะไม่สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดอิมแพ็คจนผู้ ใช้ยอมปรับเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานใหม่นี้อย่างถล่มทลายเท่าที่ควร ผู้ผลิตจึงได้เพิ่มเติมในเรื่องของมาตรฐาน “คุณภาพเสียง” ที่ดีขึ้นกว่าเดิมเข้ามาด้วย ซึ่งมาตรฐานระบบเสียงใหม่ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดจากรูปแบบออดิโอฟอร์แม็ตเดิม ๆ ที่ต้องผ่านการบีบอัดสัญญาณ (Lossy Compressed) สู่มาตรฐานใหม่ (ระบบเสียง Hi-Res PCM/DSD และ Lossless – TrueHD) ที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้ชัดเจน อันเป็นผลจากการรองรับมาตรฐาน Audio Bit Depth และ Sampling Frequency ที่สูงขึ้น ทั้งยังผลให้ช่วงอัตราการตอบสนองความถี่ และไดนามิกเรนจ์กว้างขึ้น ผู้ฟังจึงได้อรรถรสที่สมจริงสมจังมากยิ่งขึ้น

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในเมื่อข้อมูลมีรายละเอียดสูงขึ้น ปริมาณข้อมูลย่อมต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา นี่ถือเป็นเรื่องปกติ แน่นอนว่ามาตรฐานฮาร์ดแวร์แบบเดิม ๆ ไม่สามารถรองรับในจุดนี้ได้ ต้องมีการปรับเปลี่ยน ตั้งมาตรฐานกันขึ้นมาใหม่ ซึ่งรวมไปถึงมาตรฐานการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างอุปกรณ์เหล่านั้น ซึ่งก็คือสายเคเบิลด้วย นี่จึงเป็นที่มาของ HDMI Standard ทั้งนี้การ อ้างถึง HDMI Standard นั้น เป็นการกล่าวถึงอุตสาหกรรม HD Consumer Electronics ในภาพรวม กล่าวคือ เป็นมาตรฐานที่ใช้กำหนดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ทั้งต้นทาง (เพลเยอร์) และ ปลายทาง (AVR, จอภาพ) รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบอย่างสายสัญญาณ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องในระบบ (HDMI System)

 

  

HDMI Version คืออะไร ?

          การที่ระบบ HDMI จะทำงานอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนได้นั้น อุปกรณ์ในระบบจะต้องรองรับมาตรฐานในระดับเดียวกัน หากอุปกรณ์หนึ่งใดด้อยกว่าในเรื่องของการรองรับมาตรฐาน แม้ระบบจะยังคงใช้งานได้ (เห็นภาพ ได้ยินเสียง) แต่อาจส่งผลกระทบกับฟีเจอร์ปลีกย่อยอื่น ๆ ไม่สามารถใช้งานได้ หรือประสิทธิภาพการใช้งานลดลง ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงศักยภาพที่ผู้ใช้จะได้รับจากระบบโดยตรง... ว่าแต่ HDMI มันไม่ได้มาตรฐานหรืออย่างไร จึงต้องเพิ่มนู่นเพิ่มนี่ งงไปหมด ?

          หากสังเกตจะพบว่าในช่วงแรกที่อุปกรณ์ HDMI ถูกนำเสนอสู่ตลาดใหม่ ๆ อาจเป็นด้วยเหตุที่ผู้ผลิตยังไม่มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในมาตรฐานมากนัก (ขณะนั้นยังอยู่ช่วงคาบเกี่ยวของสงครามฟอร์แม็ตระหว่างค่าย Blu-ray กับ HD-DVD ต่างฝ่ายต่างก็แย่งกันกำหนดมาตรฐานของตัวเอง) หรือจะว่าเป็นผลของการกระตุ้นตลาดด้วยความพยายามเพิ่มเติมประโยชน์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคก็ตามที... จะพบว่าผู้ผลิตได้ทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตรฐานโดยทยอยเพิ่มเติม คุณสมบัติใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีทีเราจะได้ใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านี้ได้กว้างมาก ยิ่งขึ้น แต่ทว่า เมื่อมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มบ่อยครั้งเข้าก็ชักจะสับสน !! เพราะไม่รู้จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์รุ่นเก่า (ที่ออกมาตอนมาตรฐานเก่า) กับรุ่นใหม่ (ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าผู้ผลิตจะผลิตตามมาตรฐานไหน เอาฟีเจอร์ใดใส่เข้ามาบ้าง) ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการกำหนด “เวอร์ชั่น” ขึ้นมา เพื่อใช้อ้างอิงความแตกต่างทางมาตรฐาน อันเกี่ยวเนื่องไปถึงความสามารถในการรองรับฟีเจอร์ปลีกย่อยของอุปกรณ์ในมาตรฐาน HDMI

          ดังนั้นหากจะบอกว่า HDMI Version เป็นข้อมูลที่ผู้ผลิตใช้ในการโปรโมทเพื่ออ้างถึงลำดับขั้นการพัฒนาของ มาตรฐาน HDMI ก็คงได้
ซึ่งขณะเดียวกันมันก็ถูกใช้ในการแยกแยะความแตก ต่างทางคุณสมบัติของระบบฮาร์ดแวร์ (ซึ่งรวมถึงสาย) เพื่อให้ทราบว่าอุปกรณ์นั้นสามารถทำอะไร และไม่สามารถทำอะไรได้บ้าง (แน่นอนว่าประเด็นนี้ถูกใช้ในเชิงการตลาดเพื่อโฆษณาสินค้าเช่นเดียวกัน)
HDMI version
1
1.1
1.2
1.3
1.3a
1.4
1.4a
1.2a
1.3b
 
1.3b1
 
1.3c
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
8 channel LPCM, 192 kHz, 24 bit audio capability
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Blu-ray Disc and HD DVD video and audio at full resolution[F]
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
No
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
Super Audio CD (DSD) support[H]
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
No
No
No
Yes
Yes
Yes
Yes
Ethernet channel
No
No
No
No
No
Yes
Yes
Audio return channel (ARC)
No
No
No
No
No
Yes
Yes
4K × 2K Resolution Support
No
No
No
No
No
Yes
Yes
3D over HDMI
No
No
No
No
Yes
Yes
Yes
3D over HDMI 1080p60
No
No
No
No
No
No
Yes

*ตารางคุณสมบัติอ้างอิงจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/HDMI 



          เมื่อเปรียบเทียบฟีเจอร์จาก HDMI Version ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาในแต่ละรอบ จะพบว่าในเวอร์ชั่นบุกเบิก (1.0) เริ่มต้นชูในเรื่องของระบบภาพความละเอียดสูง (720p, 1080i/p) ระบบเสียง LPCM (up to 24-bit/192kHz 8Ch.) และ CEC (Consumer Electronics Control); 1.1 รองรับระบบเสียงของ DVD-A (Backward compatibility มาตรฐาน Consumer Hi-Res Audio ยุคแรก ๆ) ; 1.2 รองรับระบบเสียง DSD Bit-stream (Backward compatibility ของอีกหนึ่งมาตรฐาน Consumer Hi-Res Audio ยุคแรก ๆ จากฟอร์แม็ต SACD); 1.3 เวอร์ชั่นนี้ออกมาช่วงใกล้สิ้นสุดสงครามฟอร์แม็ต จึงเริ่มมีความชัดเจน และ strong มากขึ้น นอกเหนือจากการรองรับ Deep Color, xvYCC และ Auto lip-sync แล้ว จุดที่สร้างความน่าสนใจให้กับมาตรฐานไฮเด็ฟก็ คือ ระบบเสียง TrueHD (High Definition Surround Sound Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กับระบบโฮมเธียเตอร์ที่เราคุ้นเคยกันดีกับ Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio จาก Blu-ray ซึ่งในกรณีนี้เป็นการส่งข้อมูลแบบ Bit-stream); ส่วนเวอร์ชั่นล่าสุด 1.4 เพิ่มเติมในเรื่องของระบบภาพ 3D, Audio Return Channel, Ethernet Channel (รายละเอียดของฟีเจอร์เหล่านี้ผมจะกล่าวถึงอีกครั้งในการทดสอบช่วงท้าย) และระบบภาพความละเอียดสูง (ยิ่งขึ้นอีก) คือ 4K (4096 x 2160p)

 
HDMI Version กับ Backward Compatibility

         หากอุปกรณ์ในระบบได้รับการรรับรองมาตรฐาน HDMI Version ใหม่ จะสามารถยืนยันได้ว่าอุปกรณ์นั้นมีศักยภาพรองรับการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ของเวอร์ชั่นก่อนได้ เช่น บลูเรย์เพลเยอร์รุ่นใหม่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน HDMI 1.4 นอกจากสามารถส่งสัญญาณภาพ 3D 1080p ของมาตรฐาน 1.4 ได้แล้ว ยังรองรับการส่งสัญญาณเสียง TrueHD แบบ Bit-stream ซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ 1.3 ไปในเวลาเดียวกันได้อีกด้วย

          ตรงกันข้ามหากมีอุปกรณ์หนึ่งในระบบเป็นเวอร์ชั่นต่ำกว่า จะส่งผลให้ระบบไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์ของเวอร์ชั่นใหม่ได้... ตัวอย่าง ที่ใช้อธิบายเหตุการณ์ทำนองนี้ได้ชัดเจน เช่น ในกรณีของบลูเรย์เพลเยอร์ยุคแรกที่รองรับมาตรฐาน HDMI 1.0/1.1/1.2 แม้จะนำมาใช้งานร่วมกับ AVR รุ่นใหม่ในปัจจุบัน ผู้ใช้ก็ไม่สามารถรับฟังระบบเสียง TrueHD ในรูปแบบ Bit-stream ได้ เนื่องจากข้อจำกัดของมาตรฐาน HDMI จากเพลเยอร์นั่นเอง หรืออีกหนึ่งตัวอย่าง เช่น แม้ผู้ใช้จะมีบลูเรย์เพลเยอร์และจอภาพ ที่รองรับระบบภาพ 3D (เวอร์ชั่น 1.4) แต่มีการเชื่อมต่อสัญญาณผ่าน AVR เพื่อผลทางด้านระบบเสียง ถึงแม้ AVR จะเป็นเพียงแค่ทางผ่านของสัญญาณภาพ 3D แต่หากยังเป็นมาตรฐาน HDMI 1.3 หรือต่ำกว่า จะไม่สามารถส่งผ่านสัญญาณ 3D จากเพลเยอร์ ไปยังจอภาพ 3D ได้ ต้องทำการปรับเปลี่ยน AVR ให้เป็นรุ่นใหม่ตามมาตรฐาน 1.4 เสียก่อน ระบบ 3D จึงจะถูกเปิดใช้งานได้อย่างถูกต้อง

HDMI Version กับ HDMI Cable ??

          จากตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาอธิบายในย่อหน้าก่อน จะเห็นว่าการอ้างความแตกต่างของ HDMI Version เป็นการอ้างด้วยตัวฮาร์ดแวร์ กล่าวคือ คุณสมบัติทั้งหลายแหล่ที่มีการเพิ่มเติมเข้ามาในแต่ละเวอร์ชั่น นั้น จะใช้งานได้ หรือไม่ได้ โดยหลักใหญ่สำคัญถูกกำหนดด้วยมาตรฐานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ว่าแต่สาย HDMI ล่ะ มีผลต่อประเด็นนี้ด้วยหรือเปล่า ? แท้จริงแล้วผู้ผลิตมีการกำหนด “เวอร์ชั่น” ให้กับสาย HDMI เหมือนกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่น ๆ ไหม ??

          คำตอบจะว่ามีก็มี จะว่าไม่มีก็ไม่มีครับ... ไม่ได้กวนนะ (ฮา) ทั้งนี้คุณสมบัติที่เพิ่ม ๆ เข้ามาในการกำหนด HDMI Version แต่ละครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวฮาร์ดแวร์ หาใช่ที่ตัวสายโดยตรง ดังนั้นการจะนำ HDMI Version ที่ผู้ผลิตอ้างถึงคุณสมบัติที่ผู้ใช้จะได้รับจากระบบ HDMI โดยรวม มาใช้กับสาย HDMI จึงมิใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก ไม่อย่างนั้น HDMI LLC คงไม่ดิ้นรนออกมากำหนดกฎห้ามผู้ผลิตใช้ตัวเลข HDMI Version ในการโปรโมทสาย HDMI โดยตรงหรอก (แต่เรา ๆ ท่าน ๆ ในฐานะ End-user มักจะไม่ทราบกัน) และหากว่ากันตามตรงแล้ว โครงสร้างหลักของสาย HDMI ทุกเส้นนั้นเหมือนกันไม่ว่าจะผลิตมาก่อนหน้านี้ (ยกเว้นสายที่รองรับการใช้งาน Ethernet Channel จะกล่าวถึงต่อไป) ถ้าจะแตกต่างกันบ้างก็เป็นในประเด็นปลีกย่อย คำถามที่ตามมา คือ สาย HDMI ที่วางขายในปัจจุบัน มีความแตกต่างจนส่งผลต่อความสามารถในการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ตามมาตรฐาน HDMI Version หรือไม่ ? ก็ขอตอบชัด ๆ เลยว่ามี




ความต้องการด้าน "แบนด์วิดธ์" ในการเชื่อมต่อใช้งานอุปกรณ์ในระบบ HDMI



          ดังที่เกริ่นไปแล้วว่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ในระบบไฮเด็ฟจะต้องรองรับปริมาณ ข้อมูลที่มีความละเอียดสูง ที่มีการส่งผ่านข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ในปริมาณมาก ดังนั้น “แบนด์วิธ” (Bandwidth) จึงเป็นคำตอบสำคัญสำหรับสายเคเบิลไฮเด็ฟนี้ และประเด็นนี้เองที่ใช้ในการอ้างถึง “คุณสมบัติ” ที่ผู้ใช้จะได้รับจากสาย HDMI แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะเหมือนกัน ทว่ามาตรฐานการผลิตแตกต่างกัน (การเลือกใช้วัสดุ เทคนิคความเชี่ยวชาญในการผลิต หรือแม้แต่ประเด็นเรื่องของการลดต้นทุน) ส่งผลให้สาย HDMI แต่ละเส้นมีคุณสมบัติด้านการส่งผ่านแบนด์วิธที่แตกต่างกัน

          เพื่อป้องกันความงงงวย สับสน หรือแม้แต่ป้องกันการ "เนียน" ทาง HDMI LLC จึงได้กำหนดมาตรฐานขึ้นมา เพื่อให้การผลิตสาย HDMI เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งปราการด่านแรกที่ผู้ผลิตต้องผ่านให้ได้ ก่อนจะผลิตสาย HDMI สู่ตลาด คือ การส่งสายไปทดสอบยังหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งโดย HDMI LLC หรือที่รู้จักในนาม Authorized Testing Centers (ATC) ซึ่งจะเป็นผู้ตัดสินในจุดนี้ สินค้าจะต้องผ่านการทดสอบตามที่กำหนด ผู้ผลิตจึงจะสามารถผลิตวางขายได้ (หลังจากผ่านการทดสอบแล้ว ผู้ผลิตจะได้รับ Certificate จาก ATC) และจะสามารถนำโลโก้ HDMI Type มายืนยันที่ตัวสินค้าได้

หมายเหตุ : การทดสอบคุณสมบัติสาย HDMI นอกจากทดสอบเป็นรุ่นแล้ว ยังต้องแยกทดสอบละเอียดที่ระยะความยาวสายต่าง ๆ กันด้วย ทั้งนี้เนื่องจากระยะความยาวสาย HDMI ที่เพิ่มขึ้น เมื่อถึงระยะหนึ่งจะกระทบกับสัญญาณ หากคุณสมบัติทางกายภาพ (ตัวนำ ชีลด์ โครงสร้าง ฯลฯ) ของสายไม่ดี ความสามารถในการคงมาตรฐานจะจำกัดที่ความยาวสายสั้น ๆ เท่านั้น (อันเป็นผลจากปรากฏการณ์ Cliff Effect และ Bit Error Rate ที่เกิดขึ้นในสายสัญญาณแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถตรวจเช็คได้จากรูปแบบ Eye pattern ด้วยเครื่อง oscilloscope)


          ทั้งนี้ทาง HDMI LLC ได้แบ่งหมวดสาย HDMI Type ตาม คุณสมบัติและอัตราแบนด์วิธ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้ผลิตจะต้องผลิตสายออกมาให้ได้ตามสเป็กที่ กำหนด จึงจะนำโลโก้ไปใช้แสดงข้อมูลบนแพ็คเกจ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่าสาย HDMI เส้นนั้น สามารถรองรับการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ตามที่อ้างถึงได้จริง โดยหมวดของ HDMI ตามข้อกำหนดของ HDMI LLC แบ่งได้ดังต่อไปนี้

1. Standard Speed HDMI เป็นสาย HDMI ระดับมาตรฐาน ที่มีอัตราแบนด์วิธอยู่ที่ 2.25Gbps รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพความละเอียดสูงที่ 720p/1080i พร้อมระบบเสียง TrueHD ขณะเดียวกันก็สามารถส่งผ่านสัญญาณเสียงจากทีวีกลับมายังชุดเครื่องเสียงจาก ฟีเจอร์ ARC (Audio Return Channel)

2. Standard Speed Automotive พื้นฐานเหมือนกับ Standard Speed แต่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในรถยนตร์ซึ่งต้องต้านทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีการ เคลื่อนไหว แรงสั่นสะเทือน รวมไปถึงความร้อนสูง นอกจากนี้ยังใช้รูปแบบคอนเน็คเตอร์ใหม่ (Type E) ที่สามารถเสียบต่อได้อย่างมั่นคงในรถยนตร์

3. High Speed HDMI
เป็นสาย HDMI ระดับสูง ที่มีอัตราแบนด์วิธอยู่ที่ 10.2Gbps รองรับการส่งผ่านสัญญาณภาพความละเอียดสูงที่ 1080p หรือสูงกว่า พร้อม Deep Color, Extended Colors และ ระบบเสียง TrueHD นอกจากนี้ยังรองรับมาตรฐาน 1080p 120Hz ซึ่งเป็นมาตรฐานของ 3D Blu-ray ขณะเดียวกันก็รองรับ ARC (Audio Return Channel) เช่นเดียวกัน


4. Standard Speed HDMI with Ethernet 
พื้นฐานเหมือนกับ Standard Speed แต่เพิ่มเติมในส่วนของ Ethernet over HDMI ซึ่งทดแทนมาตรฐาน Ethernet port (100Mbps LAN) ซึ่งระบบโฮมเธียเตอร์ในปัจจุบันเข้ามาข้องเกี่ยวกับระบบเน็ตเวิร์ก และอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อการเข้าถึงออนไลน์คอนเทนต์ การควบคุม หรือแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ หรือเพื่ออัพเดทเฟิร์มแวร์


5. High Speed HDMI with Ethernet
พื้นฐานเหมือนกับ High Speed แต่เพิ่มเติมในส่วนของ Ethernet over HDMI



ตารางสรุปความสัมพันธ์ระหว่างความต้อง การด้านแบนด์วิธ อันเกี่ยวเนื่องถึงความละเอียดสัญญาณภาพ (Resolution) ระบบเสียง และฟีเจอร์ปลีกย่อยอื่น ๆ กับชนิดของสาย HDMI ตามมาตรฐาน HDMI LLC

หลังจากได้รับทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบ HDMI แล้ว ถึงตอนนี้ก็ได้เวลามาดูสาย HDMI จาก LCDTVTHAILAND กันเสียที



แพ็คเกจด้านหน้าดูโดดเด่นด้วยสีแดงแรงฤทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ LCDTVTHAILAND ตัวเลขแสดงความยาวสายที่มุมขวาล่างใหญ่โต เห็นได้ชัดเจนแต่ไกลเลยทีเดียว

 


ด้านหลังบอกรายละเอียดคุณสมบัติการรองรับมาตรฐานสำคัญ และยังมีรูปโครงสร้างสายภายใน กับส่วนประกอบของสายให้ดูพอเป็นพิธี




โลโก้ HDMI High Speed with Ethernet อยู่นี่เอง น่าจะสร้างความมั่นใจได้ ถัดลงมาก็เป็นรายการมาตรฐานอื่น ๆ ที่สายเส้นนี้รองรับ (สำหรับมาตรฐาน High Speed)

 


ลักษณะภายนอกดูดีมากทีเดียว โทนสีออกทางเงินเมทัลลิค คอนเน็คเตอร์สีเงินเงาวับ รวมไปถึงแจ็คเก็ตที่เป็นสีเงินดำ ออกเงาสะท้อนแสงนิด ๆ ด้วย ประโยชน์ของแจ็คเก็ตนอกจากความสวยงามแล้ว ยังช่วย "ป้องกัน" ผิวฉนวนจากการขีดข่วน และแรงกระทำอื่น ๆ จากภายนอก
 



เนื่องจากแจ็คเก็ตถักนี้มีความหนาและทึบ จึงไม่สามารถมองเห็นสกรีนตัวหนังสือใด ๆ บนตัวสาย มีเพียงโลโก้ LCD ที่บริเวณคอนเน็คเตอร์เท่านั้นที่แสดง "ตัวตน" ของสาย HDMI เส้นนี้

 


คอนเน็คเตอร์หุ้มด้วยโลหะผสม Zinc Alloy เงาวาว การประกอบแน่นหนา แข็งแรงดูดี คอนแท็คชุบทอง 24k
 


บริเวณรอยต่อสายกับคอนเน็คเตอร์จะมี Neck Guard เพื่อป้องกันสายไม่ให้หัก ขาดใน หรือหลุดออกจากคอนเน็คเตอร์ ซึ่งในเวลาเดียวกันมันก็ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวแจ็คเก็ตถักหลุดรุ่ยออกมาเมื่อ ใช้งานสมบุกสมบันเป็นเวลานาน จุดนี้เป็นอีกจุดสำคัญ ที่มักจะเป็นปัญหาสำหรับอายุการใช้งานของสายที่มิได้คำนึงถึง


ลักษะ Pin ที่คอนเน็คเตอร์มิได้มีความแตกต่างจากมาตรฐานสาย HDMI อื่น ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าสายเส้นนี้จะเป็นมาตรฐาน HEC (HDMI Ethernet Channel) ทั้งนี้จุดหลักสำคัญอยู่ที่ตัวนำข้างในสาย ซึ่งมาตรฐาน HEC จะเพิ่มสายสัญญาณภายในตรงกับตำแหน่ง Pin 14 (สำหรับ HEC Data -, ส่วน HEC Data + จะฝากมากับ Pin 19)

 


          จากภายนอก มาดูโครงสร้างภายในกันบ้าง ซึ่งในจุดนี้ส่งผลถึงศักยภาพการใช้งานโดยตรง (สายจะดีหรือไม่ดีก็อยู่ตรงนี้แหละ) ตัวนำขนาด 28AWG (ถือว่ากลาง ๆ ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่เล็ก) Tinned Copper Wire Stranded หรือทองแดงเคลือบดีบุก เป็นเทคนิคหนึ่งในการเพิ่มคุณสมบัติของตัวนำให้สูงกว่าปกติ ทั้งนี้การเคลือบดีบุกที่ผิวทองแดงจะเพิ่มคุณสมบัติการนำไฟฟ้า (Conductivity) ให้สูงขึ้น ซึ่งให้ผลลัพธ์คล้ายกับการเคลือบเงิน (Silver-plated) แต่มีราคาที่ประหยัดกว่า ซึ่งมีผลการทดลองพิสูจน์ว่าสายที่ใช้ตัวนำลักษณนะนี้ สามารถส่งผ่านกระแสได้ดีกว่าสายทองแดงที่มิได้เคลือบดีบุก ในอีกนัยหนึ่งจึงเป็นเทคนิคที่นำมาใช้เพิ่มความยาวสายได้หลายเท่า โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดตัวนำ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตัวนำ (ทองแดง) จากการกัดกร่อนจากความชื้น (เทคนิคนี้จึงถูกนำไปใช้กับการเดินสายไฟ สายสัญญาณบนเรือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ทางน้ำ) ในระยะยาวจึงได้ความทนทานสูงกว่า ค่า maintenance ต่ำกว่า ไม่เป็นสนิมแบบทองแดง และไม่ดำแบบเงิน (อันที่จริงการใช้ตัวนำลักษณะนี้มิใช่เป็นเรื่องใหม่ ผู้ผลิตสายสัญญาณสำหรับโปรออดิโออย่าง Belden ก็ใช้มานานแล้ว)

          ในส่วนของชีลด์ หรือการป้องกันสัญญาณรบกวน มีการป้องกันถึง 3 ชั้น ชั้นในสุดมีการใช้แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์พันรอบตัวนำย่อยแต่ละชุด จากนั้นรอบนอกทั้งหมดหุ้มด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์อีกครั้งก่อนจะทับด้วย อะลูมิเนียมถักสาน (Braid Shield) เพื่อการป้องกัน RFI และ EMI การลดทอนสัญญาณรบกวนมีส่วนช่วยลดอัตรา Error Rate ในระบบลง
ผลทดสอบการใช้งาน

ในการทดสอบผมได้ทดลองใช้งานทั้งแบบต่อตรง เพลเยอร์เข้าจอทีวี (ทดสอบระบบภาพ 3D) และการเชื่อมต่อผ่าน AVR โดยใช้สาย LCDTVTHAILAND HDMI 2 เส้น ยาว 2 และ 3 เมตรตามลำดับ (ทดสอบการส่งผ่านระบบภาพ 3D ทั้ง 2 ช่วง และลองระบบ ARC, ระบบเสียง TrueHD) อุปกรณ์ในระบบทั้งหมดรองรับมาตรฐาน HDMI1.4 (3D/ARC/TrueHD)


- 3D 1080p + TrueHD Audio -



การทดสอบการส่งผ่านระบบภาพ 3D ใช้รูปแบบ framepack ของ 3D Blu-ray ซึ่งมีอัตราแบนด์วิดธ์สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคอนเทนต์ 3D ลักษณะอื่น ขณะเดียวกันก็เปิดรับฟังเสียงระดับ TrueHD จาก DTS-HD MA ไปพร้อม ๆ กันด้วย เรียกว่าลอง "จัดหนัก" แบบพยายามให้เต็มสตรีมกันไปเลย ผลลัพธ์ที่ได้ไม่พบอาการผิดปกติ AVR สามารถตรวจจับระบบเสียง TrueHD ได้ถูกต้อง  สัญญาณภาพและเสียงต่อเนื่องชัดเจน ไม่มีกระพริบ ขาด ๆ หาย ๆ




เมื่อลองแบนด์วิธ 3D+TrueHD แบบหนัก ๆ ไปแล้ว คราวนี้ลองอะไรที่มันพื้น ๆ แบบสัญญาณ 1080p แบบ 2D ซึ่งปกติหลาย ๆ ท่านใช้งานกันอยู่ดูบ้าง โดยทดสอบกับ Philips PFL6605 พบว่าสีสันสดใสอิ่มเข้ม รายละเอียดคมชัด ไม่มีเม็ดสีแตกยิบ ๆ รบกวนแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่สาย HDMI ทั่ว ๆ ไป ก็ควรจะต้องผ่านในจุดนี้อยู่แล้ว


- Audio Return Channel (ARC) -



ทดสอบโดยการเชื่อมต่อสาย LCDTVTHAILAND HDMI จาก HDMI Monitor Out ของ Onkyo 608 ไปยัง HDMI1 IN (ต้องช่องนี้เท่านั้นถึงจะรองรับ) ของ Toshiba 46WL700 3D LED TV




เซ็ตค่าเพิ่มเติมนิดหน่อยก็ได้เสียงพี่โดม แยกเขี้ยวขู่ในละคร "รักไม่มีวันตาย" ผ่านชุดโฮมเธียเตอร์ ซึ่งมีพลัง สมจริงสมจังขึ้นเยอะเลย ช่างได้อรรถรสกว่าเสียงของทีวีเป็นไหน ๆ ต้องขอบคุณฟีเจอร์ ARC หนึ่งในมาตรฐานจาก HDMI 1.4 ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระบบเสียงของทีวีเข้ากับชุดเครื่องเสียงเป็นเรื่อง สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องใช้สายหลายเส้น หลายชนิดให้รกรุงรังอีกต่อไป งานนี้เส้นเดียวจบ !




เปลี่ยนมาลอง ARC กับทีวีอีกรุ่นดูบ้าง คือ LG 42LW6500 (ต่อผ่าน HDMI1 IN เช่นกัน) ก็พบว่าใช้งานได้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ตรงนี้แม้เป็นการรับชมรายการข่าว-วาไรตี้ ก็ได้น้ำเสียงที่ชัดเจน มีน้ำหนักจับต้องได้ ก็ด้วยอานิสงส์ของชุดโฮมเธียเตอร์อีกนั่นแหละ แต่หากต้องการกลับไปฟังเสียงของทีวีก็แค่ปิด AVR แล้วปรับวอลลุ่มที่ทีวี ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานแบบลำลอง สบาย ๆ หรือรักษ์โลกร้อน ประหยัดไฟ
 
          ใน ส่วนของฟีเจอร์ที่ผมไม่ได้ทดลองในการทดสอบครั้งนี้ คงไม่พ้น 4K กับ Ethernet Channel เนื่องจากอุปกรณ์ในปัจจุบันยังไม่มีการผลิตออกมาให้ใช้งานกันโดยทั่วไป แต่ด้วยการรองรับมาตรฐานจากผู้ผลิต ก็เชื่อว่าในวันข้างหน้า หากมาตรฐานดังกล่าวเป็นที่แพร่แหลายให้ใช้งานกันทั่วไปแล้ว สาย HDMI เส้นนี้คงจะสนองตอบได้อย่างที่คาดไว้
 
Audio Quality

          มาว่ากันด้วยเรื่องของสไตล์ เสียงกันบ้าง ซึ่งถ้าหากว่าท่านใช้งานโดยการเชื่อมต่อกับทีวีโดยตรง ก็ขอให้ข้ามย่อหน้านี้ไป เพราะประเด็นนี้คงไม่มีผลอะไรมากนักสำหรับรูปแบบ การใช้งานลักษณะนี้ แต่หากเป็นการเชื่อมต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์แล้วล่ะก็ นี่คงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว คาแร็คเตอร์ของตัวนำ Tinned Copper คือความสดคล้ายกับ Silver-plated จึงไม่ใช่สายที่เสียงทึบแน่นอน แต่หากเทียบกันตรง ๆ ความจะแจ้งอาจจะยังไม่เท่าสายที่ใช้ตัวนำ Silver-plated อยู่บ้างนิดหน่อย แต่แน่นอนว่าสาย Silver-plated ราคาสูงกว่ากว่าราว 3 เท่าตัวได้นะ (ตัวที่นำมาเทียบ) ความโปร่งชัดดีกว่าสายที่ใช้พื้นฐานเป็นทองแดงธรรมดา รายละเอียดเสียงถือว่า ดีเลยทีเดียว ความอิ่มของเนื้อเสียงอยู่ในระดับดี คือไม่ถึงกับอิ่มเอิบ หรือติดหนา แต่ก็ไม่ได้บางขาดน้ำหนัก เบสน่าสนใจมากทีเดียว ปริมาณ ได้ความกระชับ ไม่นุ่มแต่ก็ไม่น่วม หนักแน่นลงตัวดี โอกาสที่สายจะเป็น "จุดอ่อน" ของระบบจึงเป็นไปได้น้อย ซึ่งการใช้งานกับซิสเต็มทดสอบ Onkyo + Paradigm ก็เหมาะเจาะเหมาะเหม็งมาก หากซิสเต็มที่แม็ตชิ่งมาได้ลงตัวย่อมจะได้ความพึงใจ
 
 
          แม้ ว่าสาย HDMI เส้นนี้จะมิได้ใช้เทคนิคการออกแบบที่อลังการซับซ้อน หรือว่าเลือกใช้วัสดุตัวนำที่วิจิตรพิศดารหรูหราอลังการแต่อย่างใด แต่ด้วยผลการใช้งานจริงที่พิสูจน์ว่าสามารถตอบสนองการใช้งานตามมาตรฐาน HDMI Standard ในปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ประกอบกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี สวยงามกว่าสายแพง ๆ บางเส้นเสียอีก ที่สำคัญ คือ ราคาที่ใคร ๆ ก็สามารถซื้อหามาใช้ได้... เพียงเท่านี้ก็น่าจะสร้างความคุ้มค่าได้ไม่น้อยแล้วมิใช่หรือ ? หากท่านยังไม่มีตัวเลือกสาย HDMI ในใจ ลองใส่สายเส้นนี้ไว้ใน Wish List สักเส้นดูครับ




LCDTVTHAILAND HDMI V1.4 :: Reference Series
ความยาว 1 เมตร ราคาปกติ 1,390 บาท ราคาพิเศษ 1,190 บาท
 ความยาว 2 เมตร ราคาปกติ 1,490 บาท ราคาพิเศษ 1,290 บาท
ความยาว 3 เมตร ราคาปกติ 1,690 บาท ราคาพิเศษ 1,490 บาท
 
Online:  3
Visits:  2,493,660
Today:  947
PageView/Month:  12,596